02 944 4834 saestream
saeonlyone@gmail.com

���������������������������������������������������������������������������������������������������������

เครื่องอัดถ่านแท่ง

  Tel. 02 944 4834   แคตตาล็อก

เครื่องอัดถ่านแท่งเชื้อเพลิงชีวมวล มีหน้าที่อัดถ่านแท่งเชื้อเพลิงชีวมวลที่ได้จากถ่านตาลโตนด หรือ วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรจำพวกถ่าน เพื่อนำเชื้อเพลิงอัดแท่งที่ได้ไปใช้ระบบให้พลังงานความร้อน

รายละเอียด
- เป็นเครื่องอัดถ่านแท่งเชื้อเพลิงชีวมวลเป็นแบบ สกรูอัดแรงดันสูง ทำจากวัสดุประสิทธิภาพและกระบอกอัด ประกอบสำเร็จรูป สามารถทำการอัดผงถ่านตาลโตนดและวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรจำพวกถ่านอื่นๆ
- ลักษณะโครงสร้างทำด้วยเหล็ก SS400 หรือเทียบเท่าหรือดีกว่าทนต่อการกัดกร่อน และสามารถป้องกันการเป็นสนิม ตัวถังทำด้วยเหล็กเกรด SS400 หรือเทียบเท่าหรือดีกว่าทนต่อการกัดกร่อนและป้องกันการเป็นสนิม
- ต้นกำลังทำงานโดยน้ำมัน ดีเซล 4 จังหวะ 1 สูบนอน,ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาด 12 แรงม้า/ 2400 rpm
- กำลังการผลิตเชื้อเพลิงอัดถ่านแท่งไม่น้อยกว่า 840 กิโลกรัม/วัน ขนาดของถ่าน มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ระหว่าง 10 – 80 มิลลิเมตร มีความยาว ระหว่าง 20-400 มิลลิเมตร
- ระบบลำเลียงถ่านตาลโตนดเข้าสู่เครื่องอัดถ่าน เป็นระบบสกรูลำเลียง ขนาดไม่น้อยกว่า 4 นิ้ว ใช้วัสดุเหล็กทำงาน โดยมอเตอร์ไฟฟ้า กระแสสลับ 3เฟส 380โวลต์ มีกำลังไม่น้อยกว่า ๑ แรงม้า
- ตลับลูกปืน ประกอบด้วย ตัวเสื้อ ลูกปืน ปลอกปรับลดขนาดเพลา และซีลกันฝุ่น ออกแบบให้ใช้งานตามกำหนดได้ไม่ต่ำกว่า 100,000 ชั่วโมง
- เพลา (Shaft) ทำด้วย S50C
- ชุดควบคุมการทำงานของเครื่องอัดแท่งเชื้อเพลิงชีวมวลประกอบด้วย
        - สวิทช์บอร์ด และอุปกรณ์ติดตั้งตามที่จำเป็นต้องใช้กับเครื่องจักร ทำจากแผ่นเหล็กหนาไม่น้อยกว่า ๑.5 มม. และต้องผ่านวิธีป้องกันสนิม เช่น ชุบฟอสเฟต หรือสังกะสี เป็นต้นและมีการระบายอากาศ ป้องกันฝุ่น ป้องกันแมลงหรือหนูเข้าไปภายในตู้ตลอดจนป้องกันความชื้นกับอุปกรณ์ภายในได้เป็นอย่างดี ตัวตู้พ่นสีเทาอ่อน หรือสีที่กำหนดให้ไว้ในแบบ อย่างน้อย 2 ชั้น หลังจากผ่านการป้องกันสนิมแล้ว

        - สตาร์ทเตอร์ ขนาดเหมาะสมที่จะใช้งานร่วมกับมอเตอร์ของเครื่องจักร


วัสดุเหลือใช้ในประเทศไทยแบ่งได้ 2 ประเภท ใหญ่ๆ คือ วัสดุเหลือใช้จากการเกษตร และโรงงาน อุตสาหกรรม เช่น แกลบ ขี้เลื่อย กากอ้อย ขุยมะพร้าว ฟางข้าว เปลือกและต้นถั่วต่างๆ ซัง และลำต้นข้าวโพด รวมทั้งลำต้นและเหง้า มันสำปะหลัง และวัชพืช เช่น ผักตบชวา เป็นต้น วัสดุเหลือใช้เหล่านี้มีคุณสมบัติด้านเชื้อเพลิงสามารถ นำมาแปรรูปเป็นพลังงานทดแทนได้ เนื่องจากการ ขาดแคลนพลังงานในรูปของเชื้อเพลิงแข็ง เช่น ฟืนและถ่านไม้ในอุตสาหกรรมขนาดกลาง และเล็ก ตลอดจนในครัวเรือน เป็นปัญหามากขึ้น ทั้งนี้เพราะ ประเทศไทยเป็นประเทศที่กำลังพัฒนา จึงทำให้การ ขยายตัวเพิ่มขึ้นทั้งในอุตสาหกรรมชนบทและ เมืองปริมาณความต้องการเชื้อเพลิงในครัวเรือน ก็มีมากขึ้นตามการเพิ่มของประชากรด้วยเช่นกัน

กระบวนการผลิตเชื้อเพลิงแข็งจากวัสดุเหลือใช้
กระบวนการผลิตเชื้อเพลิงแข็งจากวัสดุเหลือใช้มีขั้นตอนดังนี้ การเตรียมวัตถุดิบ วัสดุเหลือทิ้งที่จะมาผลิตเป็นเชื้อเพลิงแท่ง อาทิ ขี้เลื่อย แกลบ ฟางข้าว กากอ้อย เปลือก ถั่ว ซังข้าวโพด และ ผักตบชวา ซึ่งลักษณะของวัสดุควรมีขนาดเล็ก และมีความชื้นต่ำกว่าร้อยละ 10 ดังนั้นในการเตรียมวัตถุดิบที่เป็นเส้นยาว จึงจำเป็นต้องสับหรือย่อยและร่อนเพื่อแยกขนาดเสียก่อน สำหรับการ ผลิตเชื้อเพลิงแข็งในปริมาณมาก สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ได้พัฒนาและออกแบบจัดสร้างเครื่องย่อยขนาด โดยมีส่วนประกอบหลัก คือ ใบมีดจำนวน 12 ใบ ติดกับเพลาที่หมุนได้รอบตัวและใช้มอเตอร์ขนาด 3 แรงม้า เป็นตัวขับเคลื่อน เมื่อป้อนวัตถุดิบผ่านกรวยที่ติดตั้งอยู่เหนือใบมีดจะถูกสับให้มีขนาดเล็กลงและถูกส่งออก จากเครื่องผ่านตะแกรงที่รองอยู่ใต้เพลามีด สำหรับการใช้ขี้เลื่อยเป็นวัตถุดิบนั้น จำเป็นต้องร่อนเพื่อแยกขนาดและอบแห้ง เพื่อลดความชื้น ส่วนวัตถุดิบที่เป็นแกลบสามารถนำไปอัดแท่งได้โดยไม่ต้องผ่านกรรมวิธี อบไล่ความชื้นทั้งนี้เพราะว่า ปกติความชื้นของแกลบที่ได้จากการสีข้าวมีปริมาณค่อนข้าง ต่ำอยู่แล้ว การตากหรืออบแห้ง นำวัตถุดิบที่ผ่านการย่อยขนาดแล้วและ ยังคงมีความชื้นอยู่มาตากหรืออบแห้งให้ความชื้นลดลงเหลือประมาณ ร้อยละ 10-12

การอัดแท่งเชื้อเพลิง
การอัดแท่งเชื้อเพลิงกระทำได้หลายรูปแบบ เช่น อัดเป็นเม็ดหรือแท่งเล็ก อัด เป็นลูกบาศก์ อัดเป็นแท่งฟืน อัดเป็นฟ่อน เป็นต้น การอัดแท่งฟืนในอุตสาหกรรม นิยมใช้การอัดเกลียวหรือสกรู การอัดแท่งด้วยเครื่องเกลียวหรือสกรูสามารถอัดได้ 2 แบบ ดังนี้

1. การอัดแบบสด ทำโดยใช้พืชสดชนิดเดียวกันอัดตัวของมันเองด้วยสารเหนียวๆ ของพืชเอง สารเหนียวๆ ได้แก่ เพคติน (Pectin) เยลลาติน (Jellatin) กับ (Gum) ฯลฯ อาจใช้ พืชสดชนิดอื่นเป็นตัวประสานหรือใช้ตัวประสานตากภายนอกก็ได้ในกรณีที่พืชไม่มีน้ำยาง เหนียวเพียงพอหรือน้อยมาก

2. การอัดแบบแห้ง สามารถแยกได้อีก 2 แบบ คือ

        1) การอัดแบบเย็น เป็นการอัดที่สามารถทำได้กับทั้งวัสดุสดและ แห้ง แตกต่างจากเครื่องอัดแห้งและใช้ความร้อนตรงที่ไม่มีระบบให้ความร้อนเท่านั้นวัสดุที่จะอัดแท่งเชื้อเพลิงจะผ่านการสับให้เป็นชิ้นเล็กๆ ความชื้นก่อนอัดขึ้นอยู่กับ ชนิดของวัสดุโดยทั่วไปมีความชื้น 50% จะอัดได้ดีที่สุด แต่หากต่ำกว่านี้อาจจะอัด ได้ไม่ดี การลดความชื้นจนถึง 40% สำหรับวัสดุบางชนิดก็ยังอัดได้ดี การอัดเปียกนี้จะใช้ตัวประสานจากภายนอกช่วย เพื่อให้อัดเป็นแท่งได้แน่นขึ้น ตัวประสานเลือกใช้ได้ ตามความสะดวกที่จะหาได้ เช่น กากส่าเหล้า ลิกไนต์ปนดินเหนียว แป้งเปียก กาว มูลสัตว์ ฯลฯ จึงไม่จำเป็นต้องให้ระบบความร้อน การอัดเปียกสามารถจะเลือกใช้วัสดุ ได้อย่างกว้างขวาง การอัดเปียก มีข้อเสียเพียง คือ ต้องนำแท่งเชื้อเพลิงที่ผ่าน การอัดแล้วไปตากแดดหรืออบแห้ง

        2) การอัดแบบร้อน เครื่องอัดมีส่วนประกอบที่สำคัญ คือ เกลียว หรือสกรูกระบอกได หรือกระบอกอัดต้นแบบ รวมทั้ง ระบบการให้ความร้อนแก่ระบบ ซึ่งนิยมใช้ขดลวดไฟฟ้าที่ ควบคุมแบบอัตโนมัติหรือจะใช้วิธีเผาอย่างง่ายก็ได้ สำหรับวัสดุที่ใช้อัดแท่งเชื้อเพลิงต้องผ่านการบดและมีความชื้นร้อยละ 12 หากสูงกว่าหรือต่ำกว่าเกณฑ์อาจอัดไม่ได้ผล การอัดแห้งจะใช้ ความดันอัดสูงตั้งแต่ 0-100 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร การบดอัดของวัสดุเกิดจาก แรงขัดสีของวัสดุกับเกลียว และการรีดของกระบอกได ทั้งนี้กระบอกไดถูกออกแบบให้เรียว (Tapering) ตามความเหมาะสมและจะต้องมีร่องหรือสันเพื่อป้องกันการหมุนของวัสดุไป ตามเกลียวที่หมุน ส่วนใหญ่การอัดต้องใช้ความร้อนจากภายนอกช่วยเพื่อทำให้ลิกนินของ ผนังเซลล์ละลาย เพื่อใช้เป็นตัวประสานชิ้นส่วนของเชื้อเพลิงให้ถูกอัดเป็นแท่ง ความร้อน เกิดจากแรงขัดสีระหว่างวัสดุ เกลียว และกระบอกไดไม่เพียงพอที่จะทำให้ลิกนินอ่อนตัว ความร้อนที่จะใช้เพื่อการละลายลิกนินนี้ประมาณ 200-300 องศาเซลเซียส

เครื่องอัดถ่านแท่งแบบใช้มอเตอร์
        ในการอัดแท่งเชื้อเพลิงจะใช้เครื่องอัดแบบสกรูโดยมีส่วนประกอบที่สำคัญ ได้แก่ ชุดสกรูอัด ชุดป้อนวัสดุ เครื่องต้นกำลังมีความทนทานต่อการเสียดสีที่อุณหภูมิสูง หมุนด้วยความเร็ว 280 รอบ/นาทีขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ ไฟฟ้าชนิด 3 สาย ขนาด 15 แรงม้า ความเร็ว 1,450 รอบ/นาที ทดสอบด้วยสายพานและระบบเฟืองเฉียง ที่ต่อตรงกับสกรูอัด เมื่อป้อนวัตถุดิบเข้าเครื่องอัดโดย ผ่านถังป้อนที่ติดตั้งอยู่เหนือสกรูแล้ว จะถูกสกรูอัดติด กับผนังกระบอกอัดด้วยแรงดันประมาณ 600 กก./ตร.ซม เมื่อวัตถุดิบถูกอัดเป็นแท่งเคลื่อนผ่านกระบอกอัดที่มีความยาว 28-30 ซม. แท่งเชื้อเพลิงแข็งจะได้รับความ ร้อนจากแผ่นทำความร้อนขนาด 1 กิโลวัตต์ 3 ตัว ที่พันในการอัดแท่งเชื้อเพลิงจะใช้เครื่องอัดแบบสกรูโดยมีส่วนประกอบที่สำคัญ ได้แก่ ชุดสกรูอัด ชุดป้อนวัสดุ เครื่องต้นกำลังมีความทนทานต่อการเสียดสีที่อุณหภูมิสูง เรียงกันอู่โดยรอบกระบอกอัด แท่งเชื้อเพลิงแข็งจะเคลื่อนออกจากกระบอกอัด และเมื่อสัมผัสกับรางเหล็กฉากที่ติดตั้งไว้ปลายกระบอกอัด ซึ่งจะเป็นตัว กำหนดความยาว ก็จะหักออกเป็นท่อนตามความยาวที่ต้องการ เครื่องอัดแท่งนี้มีกำลังการผลิต 2.5-3.0 ตัน/วัน สามารถทำงานได้ตลอด 24 ชม. โดยไม่ต้องเปลี่ยน

เครื่องอัดถ่านแท่งแบบใช้มอเตอร์สกรูอัด และไม่จำเป็นต้องใช้ตัวประสานใดๆ ทั้งสิ้น การติดตั้งเครื่องอัดแบบนี้ สะดวก ง่ายดายและใช้เนื้อที่ปริมาณ 2.0-2.5 ตร.ม./เครื่อง

คุณสมบัติของเชื้อเพลิงอัดแท่ง
        แท่งเชื้อเพลิงแข็งมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 ซม. ยาว 50 ซม. น้ำหนักประมาณ 1.3 กก. จากการทดลองพบว่า แทงเชื้อเพลิงแข็งให้ค่าความร้อนต่อหน่วยปริมาตร สูงกว่าค่าความร้อนต่อหน่วยปริมาตรของไม้ฟืนถึงร้อยละ 31.2

Top